ผู้เขียน หัวข้อ: ภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องให้อาหารสายยาง  (อ่าน 4 ครั้ง)

siritidaphon

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 445
  • โปรโมทสินค้าฟรี,เว็บลงโฆษณาฟรี
    • ดูรายละเอียด
ภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องให้อาหารสายยาง

ผู้ป่วยในภาวะวิกฤต (Critically Ill Patients) ที่ต้องรับอาหารทางสายยางมีความซับซ้อนกว่าผู้ป่วยทั่วไปครับ เนื่องจากระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ มักล้มเหลวหรือทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้ความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนสูงขึ้นและอันตรายกว่าปกติ

ภาวะแทรกซ้อนหลักที่มักพบในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) และแนวทางการเฝ้าระวังครับ:

1. ภาวะทางระบบทางเดินอาหาร (Gastrointestinal Complications)

เป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในผู้ป่วยวิกฤต เนื่องจากเลือดที่ไปเลี้ยงลำไส้อาจลดลงจากสภาวะช็อกหรือยาบางชนิด

การหยุดชะงักของกระเพาะอาหาร (Gastric Stasis): กระเพาะอาหารไม่บีบตัว ทำให้อาหารค้างสะสม จนเสี่ยงต่อการอาเจียนและสำลัก

ท้องเสีย (Diarrhea): มักเกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วย (ทำให้สมดุลแบคทีเรียเสียไป) หรือสูตรอาหารที่มีความเข้มข้นสูงเกินไป

ลำไส้ขาดเลือด (Non-occlusive Mesenteric Ischemia): เป็นภาวะที่อันตรายที่สุด หากให้สารอาหารเร็วเกินไปในขณะที่ความดันโลหิตยังไม่คงที่ ลำไส้อาจเน่าได้


2. กลุ่มอาการรีฟีดดิ้ง (Refeeding Syndrome)

นี่คือภาวะแทรกซ้อนที่ "อันตรายและจำเพาะ" ต่อผู้ป่วยที่ขาดสารอาหารมานานแล้วเริ่มได้รับอาหารใหม่กะทันหัน

สาเหตุ: เมื่อร่างกายได้รับน้ำตาลกลูโคส จะมีการหลั่งอินซูลินอย่างรวดเร็ว ทำให้สารอิเล็กโทรไลต์ในเลือด (เช่น ฟอสฟอรัส, โพแทสเซียม, แมกนีเซียม) ต่ำลงอย่างวิกฤต

ผลกระทบ: หัวใจเต้นผิดจังหวะ, กล้ามเนื้ออ่อนแรงจนหายใจเองไม่ได้ หรือเสียชีวิต


3. ปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia)

ในผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ความเสี่ยงนี้จะสูงขึ้นมาก

สาเหตุ: การใส่ท่อช่วยหายใจทำให้หูรูดหลอดอาหารปิดไม่สนิท หรือผู้ป่วยได้รับยาทำให้ง่วงซึมจนกลไกการไอเสียไป

การเฝ้าระวัง: ต้องเช็กตำแหน่งสายยางและปริมาณอาหารค้างอย่างเข้มงวด รวมถึงการดูดเสมหะอย่างถูกวิธี


4. ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia)

ร่างกายในภาวะวิกฤตจะมีการหลั่งฮอร์โมนความเครียด (Cortisol และ Adrenaline) ออกมามาก

ผล: ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นแม้ผู้ป่วยจะไม่เคยเป็นเบาหวานมาก่อน ซึ่งจะขัดขวางการหายของแผลและเพิ่มความเสี่ยงการติดเชื้อในกระแสเลือด


💡 ข้อควรระวังพิเศษสำหรับผู้ดูแล
ในผู้ป่วยวิกฤต "ความช้าคือความปลอดภัย" ครับ แพทย์มักจะเริ่มให้อาหารในปริมาณน้อยๆ (Trophic Feeding) เพื่อกระตุ้นลำไส้ก่อน แล้วจึงค่อยๆ เพิ่มปริมาณตามความสามารถในการย่อยของผู้ป่วย